ประวัติ หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก พระอริยสงฆ์ผู้แตกฉานธรรม แห่งวัดทุ่งสามัคคีธรรม
ในวงการพระกรรมฐาน สายวัดป่า หากเอ่ยชื่อ "หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก" แห่งวัดทุ่งสามัคคีธรรม จ.สุพรรณบุรี น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก ท่านคือพระมหาเถระผู้เปี่ยมด้วยบารมีธรรม เป็นที่เคารพเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ความมหัศจรรย์ของท่านคือ "การอ่านหนังสือไม่ออกแม้แต่ตัวเดียว" แต่กลับแตกฉานในพระไตรปิฎกอย่างน่าอัศจรรย์ จนได้รับฉายาว่าเป็น "พระอริยสงฆ์ผู้ทรงปฏิสัมภิทาญาณ"
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกชีวประวัติ ปฏิปทา และเรื่องราวปาฏิหาริย์แห่งธรรมของหลวงปู่สังวาลย์ เขมโก อย่างละเอียด
1. ชาติภูมิและชีวิตวัยเยาว์
หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก (นามเดิม: สังวาลย์ จันทร์เรือง) เกิดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2459 ที่บ้านหนองผักนาก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ในครอบครัวชาวนาที่มีฐานะยากจน ท่านเป็นคนขยันขันแข็ง ช่วยครอบครัวทำนาตั้งแต่เด็ก ทำให้ไม่มีโอกาสได้รับการศึกษาเล่าเรียน จึง อ่านหนังสือไม่ออกและเขียนไม่ได้
ชีวิตในวัยหนุ่ม ท่านใช้ชีวิตแบบฆราวาสทั่วไป แต่งงานมีครอบครัวและขยันทำมาหากินจนมีฐานะดีขึ้น แต่แล้วจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตก็มาถึงเมื่อท่านล้มป่วยด้วยโรคร้าย
2. จุดเปลี่ยนสู่ร่มกาสาวพัสตร์
ในช่วงวัยทำงาน ท่านป่วยเป็นโรคอัมพาต ร่างกายขยับไม่ได้ นอนติดเตียงอยู่นาน รักษาอย่างไรก็ไม่หาย ในช่วงเวลาที่สิ้นหวัง ท่านได้ตั้งสัจจะอธิษฐานว่า "หากหายจากโรคร้ายนี้ จะขอออกบวชตลอดชีวิต"
ด้วยปาฏิหาริย์หรืออำนาจสัจจบารมี อาการป่วยของท่านทุเลาลงและหายเป็นปกติ ท่านจึงทำตามสัจจะวาจา เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ณ วัดนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2494 โดยมี พระครูแขก เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า "เขมโก" แปลว่า "ผู้มีความเกษม"
3. การปฏิบัติธรรมแบบ "ตายเป็นตาย"
หลังจากบวช หลวงปู่สังวาลย์ มุ่งมั่นปฏิบัติกรรมฐานอย่างเคร่งครัด ท่านเลือกจำพรรษาใน "ป่าช้า" (วัดทุ่งสามัคคีธรรมในปัจจุบัน เดิมคือป่าช้าทิ้งศพ) เพียงลำพัง เพื่อฝึกจิตให้ชนะความกลัวและความตาย
แนวทางการปฏิบัติ: กายคตาสติ
แม้ท่านจะอ่านตำราไม่ได้ แต่ท่านยึดหลักการปฏิบัติ "กายคตาสติ" (การพิจารณาร่างกาย) อย่างแน่วแน่ โดยเริ่มจากการเดินจงกรมและนั่งสมาธิอย่างหนัก ท่านเคยเล่าว่าท่านปฏิบัติแบบเอาชีวิตเข้าแลก เพื่อต่อสู้กับกิเลส ราคะ และความกลัว จนจิตเกิดปัญญาเห็นแจ้งในสัจธรรม
"ธรรมะไม่ได้อยู่ที่ตัวหนังสือ แต่อยู่ที่ใจ" คือสิ่งที่พิสูจน์ได้จากชีวิตของท่าน
4. สหธรรมิกของ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
เรื่องราวที่ทำให้ชื่อเสียงของหลวงปู่สังวาลย์เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง คือความสัมพันธ์กับ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน แห่งวัดป่าบ้านตาด
มีเรื่องเล่าว่า หลวงตามหาบัวได้เดินทางมาทดสอบภูมิธรรมของหลวงปู่สังวาลย์ด้วยตนเอง หลังจากสนทนาธรรมกัน หลวงตามหาบัวได้กล่าวชื่นชมและยอมรับในภูมิธรรมของหลวงปู่สังวาลย์อย่างมาก โดยหลวงตามหาบัวเคยกล่าวต่อหน้าลูกศิษย์ว่า "หลวงปู่สังวาลย์ คือทองคำทั้งแท่ง" (หมายถึงผู้บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลส หรือ พระอรหันต์)
แม้ท่านจะอยู่สายมหานิกาย แต่ท่านมีความสนิทสนมกับครูบาอาจารย์สายธรรมยุต (สายวัดป่า) อย่างแน่นแฟ้น เพราะ "ธรรมะย่อมเป็นหนึ่งเดียวกัน"
5. อภินิหารความรู้: อ่านไม่ออก แต่แตกฉานพระไตรปิฎก
นี่คือสิ่งที่สร้างความฮือฮาที่สุด หลวงปู่สังวาลย์ ไม่รู้หนังสือ แต่ท่านสามารถอธิบายธรรมะที่ลึกซึ้งในพระไตรปิฎกได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นพระวินัย พระสูตร หรือพระอภิธรรม ท่านสามารถแจกแจงข้อธรรมยากๆ ให้เข้าใจง่าย เปรียบเสมือนผู้ที่ทรง "ปฏิสัมภิทาญาณ 4" (ความแตกฉานในอรรถ ในธรรม ในนิรุตติ และในปฏิภาณ)
6. คำทำนายหลวงปู่สังวาลย์ และการเตือนภัยพิบัติ
นอกจากเรื่องการปฏิบัติธรรม หลวงปู่สังวาลย์ยังเป็นที่กล่าวขวัญถึงเรื่อง "ตาทิพย์" และการหยั่งรู้อนาคต โดยเฉพาะคำทำนายเกี่ยวกับภัยพิบัติในประเทศไทย ที่ท่านเคยกล่าวเตือนลูกศิษย์ไว้ (ตามที่หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ วัดสังฆทาน เคยนำมาเล่าต่อ) เช่น:
-
เหตุการณ์ความวุ่นวายในวงการสงฆ์
-
ภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ ที่ระดับน้ำสูงเท่าตึก
-
การเกิดคลื่นยักษ์ทางฝั่งตะวันออก
ท่านเตือนไว้เพื่อให้คนไทย "ไม่ประมาท" ให้หมั่นสร้างบุญกุศล และเตรียมพร้อมรับมือด้วยสติ
7. บทสรุปและมรณกาล
หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก ละสังขารด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2547 สิริอายุ 88 ปี พรรษา 53 ณ วัดทุ่งสามัคคีธรรม
สรีระสังขารของท่าน ไม่เน่าเปื่อย และยังคงถูกเก็บรักษาไว้ในโลงแก้ว ณ วิหารแก้ว วัดทุ่งสามัคคีธรรม จ.สุพรรณบุรี เพื่อให้ศิษยานุศิษย์ได้กราบไหว้บูชาจนถึงปัจจุบัน
หากท่านกำลังมองหาที่พึ่งทางใจ หรือต้องการกราบไหว้พระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ การไปกราบสรีระหลวงปู่สังวาลย์ ที่วัดทุ่งสามัคคีธรรม ถือเป็นมงคลชีวิตที่ไม่ควรพลาด
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่อเผยแพร่เกียรติคุณของหลวงปู่สังวาลย์ เขมโก หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้เขียนขอน้อมรับและขอขมาต่อครูบาอาจารย์มา ณ ที่นี้
*ขอบคุณรูปภาพหลวงปู่จากเวปไซต์วัดสังฆทาน